ด.ช. 5 ขวบ ขึ้นโรงพักดึกๆ แจ้งจับ "พี่สาว" สะอื้นกำหมัดแน่น แต่ฟังคำร้องทุกข์ ตร.หลุดขำ

Chapter 1 เด็กชายวัย 5 ขวบเดินเข้าโรงพักกลางดึก พร้อมเรื่องร้องทุกข์สุดจริงจัง เหตุการณ์ชวนเอ็นดูเกิดขึ้นที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในมณฑลหู...




Chapter 1 เด็กชายวัย 5 ขวบเดินเข้าโรงพักกลางดึก พร้อมเรื่องร้องทุกข์สุดจริงจัง
เหตุการณ์ชวนเอ็นดูเกิดขึ้นที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อช่วงกลางดึก จู่ ๆ มีเด็กชายวัยประมาณ 5 ขวบเดินเข้ามาที่โรงพักเพียงลำพัง

สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ประหลาดใจไม่ใช่แค่การที่เด็กตัวเล็ก ๆ มาปรากฏตัวที่สถานีตำรวจในเวลาค่ำคืนเท่านั้น แต่เด็กชายยังมีท่าทางจริงจังและหวาดกลัว พร้อมกับร้องไห้สะอื้นและกำหมัดแน่น
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถาม เด็กชายกลับบอกว่าต้องการมา “แจ้งจับพี่สาว”



คำพูดดังกล่าวทำให้ตำรวจต้องตั้งใจฟังทันที เพราะเด็กวัยเพียง 5 ขวบไม่น่าจะเดินทางมาถึงโรงพักคนเดียวในช่วงกลางดึกโดยไม่มีเหตุผล
เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้เด็กชายเล่าเรื่องทั้งหมด พร้อมพยายามปลอบให้เขาสงบลง
ในตอนแรก ทุกคนคิดว่าอาจเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นภายในครอบครัว เพราะเด็กมีท่าทีจริงจังมาก และดูเหมือนต้องการให้ตำรวจเข้ามาจัดการกับพี่สาวของตัวเองโดยเร็ว
แต่เมื่อฟังเรื่องราวไปเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่ก็เริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีจุดเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด
Chapter 2 พี่สาวเข้มงวด ตีเมื่อทำผิด จนเด็กน้อยเก็บความน้อยใจไว้
เด็กชายเล่าว่า เขามีพี่สาวที่อายุมากกว่าเกือบ 10 ปี
เนื่องจากพ่อแม่ของทั้งคู่มักมีงานยุ่ง พี่สาวจึงต้องรับหน้าที่ช่วยดูแลน้องชายเป็นประจำ
แต่ปัญหาคือ พี่สาวเป็นคนค่อนข้างเข้มงวด
เมื่อเด็กชายทำอะไรผิด พี่สาวมักจะลงโทษด้วยการตี ทำให้เขารู้สึกกลัวและไม่กล้าตอบโต้ แม้เหตุการณ์ที่เด็กเล่าจะไม่ได้ทำให้เกิดบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บรุนแรง แต่เจ้าตัวรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจอยู่ภายใน
ก่อนหน้านี้ เด็กชายเคยบอกพ่อแม่ว่าพี่สาวตีเขาบ่อย แต่พ่อแม่กลับไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะมองว่าเป็นการที่พี่สาวช่วยสอนและดูแลน้อง



ประกอบกับเด็กชายเองก็เป็นเด็กซน พ่อแม่จึงคิดว่าการที่พี่สาวต้องเข้มงวดอาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
แต่สำหรับเด็กวัย 5 ขวบ เรื่องดังกล่าวกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ในความรู้สึกของเขา
จนกระทั่งคืนหนึ่ง พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน และพี่สาวพบว่าน้องชายยังคงเล่นโทรศัพท์แทนที่จะเข้านอน
พี่สาวจึงตีเขาประมาณ 2-3 ครั้ง
สำหรับเด็กชาย นั่นกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย
เขานึกถึงสิ่งที่เคยได้รับการสอนตอนอยู่ชั้นอนุบาลว่า “ถ้ามีปัญหาให้ไปหาตำรวจ”
เด็กชายจึงตัดสินใจออกจากบ้านและเดินทางไปยังสถานีตำรวจใกล้บ้านในช่วงกลางดึก เพื่อหวังให้ตำรวจช่วยจัดการกับพี่สาว

Chapter 3 “คนอื่นตีเรา ผิดกฎหมายไหม?” คำถามทำตำรวจต้องตั้งใจฟัง
เมื่อมาถึงสถานีตำรวจ เด็กชายพยายามอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยภาษาของเด็กวัย 5 ขวบ
หนึ่งในคำถามที่เขาถามเจ้าหน้าที่คือ



“ถ้าคนอื่นตีคุณ ถือว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า?”
เจ้าหน้าที่ไม่ได้รีบตอบ แต่เลือกที่จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อพี่สาวของเด็กชาย เพื่อให้เธอเดินทางมารับน้องกลับบ้าน
ระหว่างที่รอ พวกเขายังคงปลอบเด็กชายอย่างต่อเนื่อง พร้อมพยายามพูดคุยให้เขารู้สึกปลอดภัย
เจ้าหน้าที่ถามเด็กชายในทำนองว่า หากพี่สาวเดินทางมาถึงแล้ว เขาต้องการให้ตำรวจทำอย่างไร
คำถามธรรมดา ๆ กลับทำให้เด็กชายรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีผู้ใหญ่เข้าข้าง
เขาจึงตอบกลับอย่างจริงจังว่า
“ยังไงก็ต้องจับพี่สาวของผม!”
แต่หลังจากพูดจบ เด็กชายก็ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ
จากนั้นเขายังถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่า “ผมควรทำยังไง ผมจะเป็นตำรวจได้หรือเปล่า?”
เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า หากโตขึ้นอยากเป็นตำรวจเพราะอะไร คำตอบของเด็กชายทำให้บรรยากาศในโรงพักแทบกลั้นขำไม่อยู่
เพราะเขาตอบอย่างชัดเจนว่า
“เพื่อจับพี่สาว!”
คำตอบไร้เดียงสาของเด็กวัย 5 ขวบทำให้เจ้าหน้าที่หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
Chapter 4 พี่สาวมาถึงโรงพัก สุดท้ายตำรวจไม่ได้จับใคร
หลังจากติดต่อไปยังครอบครัว ไม่นานพี่สาวของเด็กชายก็เดินทางมาถึงสถานีตำรวจ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยและให้คำแนะนำกับพี่สาวว่า น้องชายยังเป็นเด็กเล็กมาก การอบรมหรือสั่งสอนควรใช้วิธีที่อ่อนโยน และไม่ควรใช้ความรุนแรง
พี่สาวเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างทำตัวไม่ถูก เพราะเรื่องที่น้องชายเล่าให้ตำรวจฟังกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นเด็กเดินทางมาถึงโรงพักกลางดึกเพื่อขอให้จับตัวเธอ
สุดท้ายเธอทำได้เพียงรับฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ก่อนพาน้องชายกลับบ้าน
เรื่องราวจึงไม่ได้จบลงด้วยการจับกุมอย่างที่เด็กชายตั้งใจไว้
แต่สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องชวนเอ็นดูคือ ความคิดของเด็กวัย 5 ขวบที่เชื่ออย่างจริงจังว่า เมื่อมีปัญหา ตำรวจจะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้
และเมื่อถูกถามถึงอาชีพในอนาคต เขาก็ยังมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากว่าอยากเป็นตำรวจ
เหตุผลก็เรียบง่ายที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะคิดได้
เพื่อกลับมาจับพี่สาวของตัวเอง
Chapter 5 เรื่องขำของเด็กน้อย แต่ผู้ใหญ่ต้องไม่มองข้ามเรื่องความรุนแรง
หลังเรื่องราวจากสถานีตำรวจถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น
บางคนมองเหตุการณ์ด้วยความเอ็นดู เพราะเด็กชายวัยเพียง 5 ขวบกลับจริงจังกับการ “แจ้งจับพี่สาว” มาก ถึงขั้นเดินทางไปโรงพักในช่วงกลางดึกด้วยตัวเอง
แต่ขณะเดียวกัน หลายความคิดเห็นก็มองว่า แม้เรื่องราวจะมีมุมชวนขำ แต่ประเด็นเรื่องการใช้ความรุนแรงกับเด็กก็ไม่ควรถูกมองข้าม
การที่เด็กซนหรือไม่ยอมเข้านอนอาจทำให้ผู้ดูแลต้องเข้มงวด แต่การอบรมเด็กควรคำนึงถึงวัยและใช้วิธีที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัว
เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่เด็กได้รับจากการเรียนรู้ในโรงเรียน นั่นคือ เมื่อเกิดปัญหาหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย เขาสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือเจ้าหน้าที่ได้
แม้ครั้งนี้ “คดีแจ้งจับพี่สาว” ของเด็กชายวัย 5 ขวบจะจบลงด้วยการที่ตำรวจให้คำแนะนำและส่งตัวเขากลับบ้าน แต่คำพูดสุดท้ายของเด็กชายก็กลายเป็นประโยคที่ทำให้หลายคนอดยิ้มไม่ได้
เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าอยากเป็นตำรวจไปทำไม เด็กชายไม่ได้ตอบว่าจะช่วยเหลือประชาชนหรือรักษาความสงบ
แต่ตอบอย่างมั่นใจว่า
“เพื่อจับพี่สาว!”
เรื่องราวที่เริ่มต้นจากความน้อยใจของเด็กตัวเล็ก ๆ จึงกลายเป็นเหตุการณ์สุดน่าเอ็นดูที่ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวเน็ตอดหัวเราะไม่ได้ ขณะเดียวกันก็เตือนผู้ใหญ่ให้ใส่ใจกับความรู้สึกของเด็ก และสอนพวกเขาให้รู้จักขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย.

You Might Also Like

0 comments