หลังโดนจวกยับ“สาวคนขับสวิฟต์แดง”ออกมาชี้ที่ทำไปเพราะแบบนี้ ทำเอาน้ำตาตกมาเป็นสาย!!(คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kenzaa Standby ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์รถฉุกเฉินคันหนึ่งเปิดไซเรนขอทางขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีผู้ป่วยต้องรี...


จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kenzaa Standby ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์รถฉุกเฉินคันหนึ่งเปิดไซเรนขอทางขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากมีผู้ป่วยต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางในช่องเลนขวานั้นได้มี



รถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟต์ สีแดง ไม่ยอมหลบขับแช่อยู่เลนขวา เมื่อรถฉุกเฉินขับตามได้สักระยะจึงต้องแซงซ้ายโดยขณะที่กำลังแซงนั้นพบว่ารถเก๋งซูซูกิคันดังกล่าวได้เปิดกระจกพร้อมกับคนนั่งข้างคนขับหันมามองแบบไม่รู้สึกรู้สาจึงทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยต่อมาพบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และมีการตอบโต้กลับชาวเน็ตว่า เป็นเพียงรถส่งต่อผู้ป่วยและยังเป็นรถเถื่อนด้วยจึงไม่จำเป็นต้องหลบให้นั้น

จนทำให้ชาวเน็ตเข้าไปโจมตีทางเฟซบุ๊กในเพจต้นสังกัด รวมทั้งโทรเข้าเบอร์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อด่าทอหนุ่มรายนี้จนเกิดเป็นความวุ่นวายขึ้น ล่าสุด “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เปิดใจเจ้าของรถซึ่งพบว่า จริงๆ แล้วคนขับคือแฟน ของหนุ่มที่โพสต์โต้ตอบชาวเน็ต

โดยนายภาณุวัฒน์ ศรีเจริญ หรือ เอ้ แฟนคนขับรถยนต์รถซูซูกิสวิฟท์ สีแดง เปิดเผยว่า ขณะที่แฟนสาวของตนกำลังขับรถ ช่วงทางลงสะพานตรงถนนมิตรภาพในเขต จ.สระบุรี ตนเองก็กำลังหลับอยู่ จากนั้นแฟนก็สะกิดเรียกให้ตนตื่น ตนก็ได้ยินเสียงสัญญาณของรถฉุกเฉินแล้วเห็นว่ารถฉุกเฉินพยายามขับจี้ ตนก็มองดูบนถนนว่ารถฝั่งซ้ายของตนยังเข้าไม่ได้ และทางขวาก็ยังมีรถอยู่ พอถึงระยะหนึ่งเห็นว่าเลนซ้ายเริ่มโล่ง ตนจึงเปิดกระจกเพื่อยกมือโบกให้คนขับรถฉุกเฉินออกทางซ้ายไป แต่ตนไม่กล้ายื่นมือออกไปมากนัก จึงกลายเป็นภาพที่ตนนำข้อศอกเท้ากับกระจกไว้

“พอรถคันดังกล่าววิ่งผ่านไป ตนจึงทราบว่าเป็นรถของบริษัทหนึ่งที่ตนก็รู้จัก ซึ่งหากลองสังเกตดูจะเห็นว่ารถคันนี้พยายามจะจี้ตูดรถของตน และหากฟังเสียงในรถพยาบาลคันดังกล่าว กลับมีเสียงอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อความแรงของรถ ซึ่งหากสังเกตจะพบว่ารถคันนี้มีการใช้ความเร็วของรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดด้วย”

นายภาณุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ตนทำงานอยู่ในวงการเดียวกัน ไม่มีความจำเป็นเลยที่ตนจะต้องกีดขวางรถพยาบาล ซึ่งในระหว่าง 1 นาทีที่คลิปปรากฏนั้น แฟนของตนที่เป็นคนขับก็ไม่ชินเส้นทาง ประกอบกับคนขับรถพยาบาลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพตนไว้ ตนอยากถามกลับว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร ระหว่างขับรถออกเลนซ้ายเพื่อรีบไปส่งต่อคนไข้ กับหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิป ซึ่งตนอยากให้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า คนขับรถฉุกเฉินต้องขับด้วยความเร่งรีบ แต่กลับขับรถมือเดียว แล้วอีกมือถือโทรศัพท์ไว้ แบบนี้ปลอดภัยหรือไม่

ส่วนกรณีที่รถคู่กรณีไม่กล้าเบี่ยงเลน เพราะเกรงว่าผู้ป่วยจะตกเตียงจริงหรือไม่ นายภาณุวัฒน์ ระบุว่า หากมีการบอกว่ากลัวผู้ป่วยตกเตียง แปลว่าอุปกรณ์ภายในรถนั้นไม่ได้มาตรฐาน เพราะเตียงภายในรถพยาบาลย่อมมีตัวกั้น หากเบี่ยงรถออกไปแล้วผู้ป่วยจะตกเตียงย่อมฟังไม่ขึ้น ส่วนตัวมองว่า เขาน่าจะจงใจที่จะโจมตีตน เพราะตนเคยเป็นเพื่อนกับเจ้าของบริษัทนี้มาก่อน แล้วมีปัญหาส่วนตัวกันในภายหลัง จึงไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ตนไม่ทราบว่าก่อนที่เขาจะตัดสินใจลงคลิป มีการปรึกษากันมาก่อนหรือเปล่า สิ่งที่ตนอยากจะขอโทษกับสังคม เพราะตนได้ใช้คำพูดในเฟซบุ๊กรุนแรงเหมือนกับการใช้อารมณ์อาฆาต แต่ยอมรับว่า คนในรถเป็นครอบครัวและแฟนของตน ตนเพียงอยากออกมาปกป้องคนในครอบครัว ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีคนมาขุดคุ้ยว่าตนทำงานเกี่ยวกับรถฉุกเฉินเช่นเดียวกัน ซึ่งตนอยากบอกว่า ไม่ใช่ฝ่ายตนไม่ให้ทาง แต่แฟนตนไม่สามารถเบี่ยงรถไปได้จริงๆ เพราะด้านซ้ายตนก็เป็นรถบรรทุก สลับกับรถจักรยานยนต์ ด้านหน้าก็ไม่หลบให้ ไปทางขวาก็ไม่ได้ติดเกาะกลางถนน แล้วแฟนตนจะทำอย่างไร สิ่งที่โพสต์ลงไปในเฟซบุ๊ก ตนก็อยากจะชี้แจง ทำไมคู่กรณีถึงขับมาจี้รถแฟนตน หากคนขับเป็นคนอื่น แล้วตกใจจากการถูกขับจี้หรือเสียงสัญญาณจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมาจะทำอย่างไร เพราะรถคันดังกล่าวก็ไม่ได้เปิดเสียงสัญญาณมาก่อนด้วย เพิ่งจะมาเปิดในตอนหลัง



นอกจากนี้ ตนทราบว่า รถคันดังกล่าวต้องการนำผู้ป่วยกลับไปยังภูมิลำเนา เพราะผู้ป่วยอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว ตนขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวด้วย ตนและแฟนไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนทราบดีว่า 1 นาที สำคัญกับชีวิตทุกคน แต่ 1 นาทีตรงนั้น ตนและแฟนไม่สามารถขับไปได้ ตนทำงานบนรถพยาบาลไม่เคยขับไปจี้ใครขนาดนี้ ถ้าเขาไม่หลบทางเรา หรือคนขับรถฉุกเฉินจะต้องหลบหรือแซงไปให้ได้เอง ส่วนกรณีที่คนขับรถอ้างว่า ผู้ป่วยอยู่ในอาการหนักและออกซิเจนกำลังหมด ซึ่งบนรถไม่มีแพทย์หรือพยาบาลอยู่ด้วยเลยนั้น ตนขอให้ติดตามเรื่องนี้ด้วย


คลิปจาก ทุบโต๊ะข่าว

Cr:https://www.siamvariety.com



You Might Also Like

0 comments